วรรณกรรมเยาวชน

posted on 17 Aug 2009 14:50 by thissabook  in PR

 สำหรับวรรณกรรมเยาวชนของห้องสมุด This s A BooK ของเราดีตามรูปนี้เลยนะคะ แต่ยังมีอีกค่ะ แต่ยังทำไม่เสร็จ เมื่อยตัวไปหมดแล้วค่ะตอนนี้

แฮรี่ พอตเตอร์ เรามีครบทุกเล่มค่ะ

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

edit @ 17 Aug 2009 19:28:16 by ThisIsABook

edit @ 17 Aug 2009 19:55:31 by ThisIsABook

edit @ 18 Aug 2009 17:00:36 by ThisIsABook

WalkinG Library

posted on 17 Aug 2009 11:47 by thissabook  in Story

Walking  Library

ห้องสมุดเคลื่อนที่

 

ตอนนี้เรามีห้องสมุดเคลื่อนที่แล้วนะคะ 

สงสัยซิคะ ว่าเราจะทำอย่างไร

เราไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ เด็กน่ะเริ่มก่อน

ก็กลุ่มน้องดรีมไงคะ

สมาชิกประจำของห้องสมุด

เด่วนี้พัฒนาค่ะ ยืมไปอ่านข้างนอก

แล้วรู้มั๊ยคะว่า เด็กๆ เอาไปอ่านที่ไหนกัน

ก็โต๊ะวางของในตลาดน่ะค่ะ

ที่เอามาวางและต่อกัน 3 ชั้น

เด็กๆ ก็ปีนขึ้นไปนั่งอ่านกันบนนั้นค่ะ

เลยทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า

น่าจะมีกระเป็าเล็กๆ ซักอันใส่หนังสือไว้ให้เด็กๆ ได้อ่านกันในตลาด

เพราะตามง่ายค่ะ

อีกอย่าง เด็กกลุ่มนี้ความรับผิดชอบใช้ได้ค่ะ

เอาไป ก็เอามาคืน สภาพหนังสือกลับมาโอ ค่ะ

edit @ 17 Aug 2009 18:58:13 by ThisIsABook

edit @ 18 Aug 2009 20:31:36 by ThisIsABook

การบริการของห้องสมุด

posted on 17 Aug 2009 00:16 by thissabook  in ServiCe

วันและเวลาเปิด ปิด ของห้องสมุด ตามนี้เลยค่ะ

            จันทร์ ศุกร์     ตั้งแต่เวลา 18.00 น. 21.00 น.

            เสาร์ อาทิตย์    ตั้งแต่เวลา 13.00 น. 21.00 น.

            วันหยุดนักขัตฤกษ์ บางวันอาจหยุด บางวันไม่หยุด จะแปะบอกล่วงหน้าค่ะ แต่ถ้าวันไหนมาแล้วห้องสมุดยังไม่เปิด โทรตามได้เลยนะคะ เนื่องจาก เอ่ออ..... คือว่าบางทีอาจ อาจไปทำธุระต่างจังหวัดแล้วยังไม่กลับ (ยังไม่ตื่น นอนอยู่ที่ห้องสมุดนั่นแหละ) หรือไม่ก็อืมมม..... แม่ใช้ให้ซื้อกล้วยทอดหน้าวัดใน (ไปซื้อของตลาดนัดวันเสาร์เพลิน) โทรจิกเลยค่ะ 2 คนนี้เลย

พี่นา : 08-6448-7250

พี่เอ๋ : 08-3620-6501

 สำหรับท่านใดที่ต้องการติดต่อกับทางห้องสมุดเรามีอีกช่องทางหนึ่งคือ อีแมว (อีเมล์) นะคะ

 bookshop@hotmail.com  

 abookshop@msn.com  

 จะบอกว่า 2 อันนี้ยกเลิกแล้วค่ะ   ตอนนี้ใช้อันนี้แล้ว 

  thisisabook2009@windowslive.com

 

 สำหรับหลักฐานที่ใช้ในการสมัครสมาชิกนั้น เราไม่เรื่องมากเพราะขี้เกียจเอาเรื่องเข้าตัวมากนั่นเอง

1.         กรอกใบสมัครของเรา (แสดงบัตรเพื่อนำมาระบุเลขบัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษาด้วยนะคะ)

2.        จ่ายตังค์ค่าบำรุง (มาซะดีๆ)

a.       ผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป  จำนวน 80 บาท/ปี

b.       เด็ก เยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 50 บาท/ปี

c.       ยืมได้ไม่เกินครั้งละ 5 เล่ม/ครั้ง นะคะ

d.       ระยะเวลาในการยืมแต่ละครั้ง 5 วัน ค่ะ

การคิดค่าปรับ

ค่าปรับคืนช้า คิด 5 บาท/เล่ม/วัน ตามนี้เลยนะคะ  ย้ำ ตามนี้เด๊ะค่ะ


edit @ 17 Aug 2009 00:52:39 by ThisIsABook

edit @ 17 Aug 2009 01:00:02 by ThisIsABook

edit @ 18 Aug 2009 20:23:08 by ThisIsABook

edit @ 18 Aug 2009 20:38:13 by ThisIsABook

ประชาสัมพันธ์ห้องสมุด

posted on 16 Aug 2009 23:54 by thissabook  in PR

พิเศษ  สำหรับสมาชิกทุกท่าน

            ทุกวันเสาร์สุดท้ายของปลายเดือนเราจะจับสลากมอบของรางวัลเพียง 1 ชิ้นเท่านั้น โดยเราไม่สนใจหรอกนะคะว่าใครจะโชคดีจับได้ซ้ำกันในแต่ละเดือน แล้วแต่ดวงใครดวงมันค่ะ สำหรับหน้าตาของขวัญเราจะเอาลงในเว็ปบล็อกของเราที่นี่นะคะ อีกทางหนึ่งคือเราจะส่งข่าวคราวให้ทางอีเมล์ของสมาชิกทุกท่านค่ะ และถ้ามาห้องสมุดก็มาดูของจริงกันเลยค่ะ ในตู้กระจกติดผนังนั่นแหละค่ะ

 

 ข่าวประชาสัมพันธ์ของห้องสมุดเพิ่มเติมค่ะ

      · ท่านใดจะบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด ก็จะเป็นความกรุณาอย่างยิ่งค่ะ โทรศัพท์มาบอกกันเลยนะคะ

      · สำหรับท่านที่มีหนังสือเยอะอ่านจนเบื่อแล้ว ยังไม่สะดวกจะบริจาค จะฝากเราขายก็ได้ค่ะ (เผลอๆ ข้าพเจ้าถูกใจก็จะซื้อไว้เองค่ะ)

 

 

edit @ 17 Aug 2009 00:38:46 by ThisIsABook

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอขอบคุณ ผู้อยู่เบื้องหลังค่ะ

·        พ่อ แม่ พี่น้อง และแฟนคลับ ที่ให้กำลังใจ และตามงานทำให้ข้าพเจ้ากลัวจนตัวสั่น อดหลับอดนอนจนน้ำหนักลด ตาโหล และสมองเบลอ

·        เอ๋ ... ที่คอยช่วยด่า อื้อ ไม่ใช่ ช่วยเกือบจะทุกอย่างทุกขั้นตอน (ไม่รู้ซักเรื่องจะได้มั๊ย)

·        น้องครีม ... ช่วยจัดหนังสือนิยายของสำนักพิมพ์แจ่มใส (เท่านั้น) เรียงไว้ในชั้น (แล้วน้านาก็เอามันลงมา 555) และการออกแบบบัตรสมาชิกของตัวเอง (ใครให้หนูเอาหน้าลิงไปแปะไว้ในบัตรอะ 555+++)

·        เฟิร์น ... อุตส่าห์พาส้มมายืมหนังสือที่ร้าน และตัวเองก็สมัครสมาชิกเป็นคนแรกๆ เลย (ส้มมม...ถ้าเฟิร์นไม่ชวนมานี่ จะมาเองไม่ได้รึไง ตั้งใจจะมามั๊ยเนี่ย)

·        พี่หวัน .... ที่บริจาคนิยายมาให้ตั้งหลายเล่ม ความจริงที่บ้านก็ยังอีกเยอะไม่ใช่เหรอ ระวังเน่าคาตู้นะ จะหาว่าไม่เตือน

·        ลูกแมว .... ขอบใจมากที่ยังไม่เคยมาหากันเลยยยยยยเนี่ย จำไว้

·        น้องเกมส์ และน้องสาวชื่อแก่น ... ที่มาคุยเป็นเพื่อนเสมอ และมาเฝ้าร้านให้ วันหลังไม่ต้องนั่งอ่านนิยายแล้วร้องไห้ให้ลูกค้าเห็นนะ อายเค้า อีกอย่างนึงน้ำตาจะท่วมห้อง

·        ขอบใจน้องนก น้องแจ๊ค น้องสรร หน.ของน้องๆ และพี่ที่ขับรถของบริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ห้อง 214/2 ที่น่ารักทุกคน ตอนนี้กระจัดกระจายกันไปแล้ว จะได้มีโอกาสอ่านรึหป่าวไม่รู้ค่ะ ขอบคุณนะคะน้องนกที่ช่วยถักโครเชต์ผ้าปูโต๊ะลายกุหลายสีเขียวให้พี่ (ยังคงปูอยู่ที่โต๊ะหน้าร้าน)

·        ขอบใจน้องแม็ค คุณครูสอนพิเศษภาษาไทยและอังกฤษในตลาดใหม่ค่ะ .... ขอบใจสำหรับอาหารอาหร่อยๆ ที่นำมาแบ่งปันแด่พี่ผู้ยากไร้

·        ขอบใจน้องพลพล เด็กแม่ฮ่องสอน .... พี่ขอบใจที่น้องพลพาหนังสือธรรมะของพี่ไปท่องเที่ยวกะเค้าบ้าง แต่ช่วยระวังหนังสือธรรมะพี่เมาเบียร์เด้อ

·        น้องปลื้ม ... พี่ขอบใจน้องมากที่บางวันช่วยเฝ้าร้านให้บ่อยๆ พี่ลืมบอกน้องไปว่า เรามีหนังสืออย่างอื่นให้อ่านด้วยนะนอกจากหนังสือการ์ตูนน่ะ (กลัวไม่เห็น) แต่ตอนนี้ตั้งใจเรียนไปก่อนก็ดี

·        ขอบใจน้องเจี๊ยบ น้องสาววันชนา ... ที่ให้ความหวังกะพี่ว่าจะชวนเพื่อนๆ มาสมัครสมาชิก ชวนมายังอะ พี่ไม่เห็นเลยอะ

·        หนูชื่ออะไรนะคะที่ยืมกระต่ายน้อยปีเตอร์ไปน่ะค่ะ (หนังสือหน้าปกกระต่ายเล่มเล็กๆ เป็นภาษาไทยปนอังกฤษใครเห็นเอามันกลับมาด้วยค่ะ) หนูเอามาคืนป้าด้วยนะคะ ถ้าหากหนังสือมันสียชีวิตไปแล้ว หรือหนีออกจากบ้านหนูไป หนูเอาหนังสืออะไรมาแลกก็ได้จ้า

·        เพื่อนขวัญ เจ้าของร้านบ้านการ์ตูน แถวๆ TOP MART บ้านเรา... ขอบคุณมากที่ให้คำแนะนำดีๆ ในการเปิดร้าน ช่วงหลังไม่ได้ไปหาเลย ยุ่งจริงๆ เลย ตอนนี้ยังมึนหัวตึ๊บๆ อยู่เลย (โรคข้อ(อ้าง) กำเริบ)

·        ขอบใจ น้องเอก เด็กพืช ... ที่มายืมหนังสือบ่อยๆ คราวนี้พี่เปิดเป็นห้องสมุดให้ยืมได้ไม่เกิน 5 เล่ม นะคะ ต้องขอโทษด้วยเพราะปกติน้องยืมทีครั้งละ 10 เล่มเลย ก็หนังสือพี่น้อยกลัวไม่พอให้คนอื่นยืมน่ะค่ะ

·        ขอบคุณพี่ดอกรัก ที่ติดต่อเรื่องห้องพักดีๆ ห้องนี้ให้ค่ะ หนูนอนหลับฝันดีทุกคืน แถมบางคืนยังได้ฟังเพลงเพราะๆ จากน้องข้างห้องอีกค่ะ

·        ขอบใจลูกชายพี่ดอกรัก .... ที่ช่วยแนะนำว่าจะเปิดขายอะไรดีในตอนแรก สุดท้ายน้าคงไม่พ้นเปิดเกี่ยวกับหนังสือ ถ้าว่างมากกว่านี้จะเอาขนมหรือของอื่นๆ มาขายด้วยอย่างน้องว่านะคะ

·        ขอบใจน้องห้องข้างๆ ( บ้านเลขที่ 214) ที่ให้ยืมที่ชาร์ตแบต ถ้าวันนั้นไม่ได้ที่ชาร์ตแบตน้อง คนส่งหนังสือคงมาร้านไม่ถูกค่ะ

·        ขอบคุณ อบต.น้อย และเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันค่ะ ขอบคุณสำหรับหนังสือที่ให้หนูมา และเงินค่าเช่าที่ให้เกินทุกครั้ง หลังเปิดเป็นห้องสมุดแล้วถ้าจะจ่ายเงินเป็นค่าเช่าเหมือนเดิมหนูก็ไม่ว่าอะไรนะคะ

·        ขอบใจเพื่อนเล็ก เพื่อนตั้งแต่เรียน ฉ.ส. มันเปิดร้านขายยาอัมรินทร์ อยู่ฝั่งตรงข้ามท็อปแลนด์อาเขต ติดกับร้านขายรองเท้าชายหญิง ถัดจากร้านฮะหลีฮวด ซึ่งอยู่ติดกับร้านฟาติมาอีกที (นึกออกหป่าว) ขอบใจเพื่อนมากที่เอาหนังสือเยอะแยะมาให้น่ะ มีอีกก็อย่าลืมนึกถึงกันนะ

·        ขอบคุณลุงติ๋มค่ะ .... ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเช่าห้องนี้ และคำแนะนำการเปิดร้านดีๆ ค่ะ

·        ขอบใจน้องเจ้นค่ะ ที่จะช่วยหาห้องที่ใกล้ถนนให้ แต่พี่ขี้เกียจย้ายแล้วค่ะ อีกอย่างพี่ชอบห้องนี้แล้วค่ะ

·        ขอบใจเพื่อนก้อย ... ที่ ที่ ช่วยไรเราบ้างนะ อ่อ ที่บริจาคหนังสือ และคุยเป็นเพื่อนกันทำให้ชีวิตมีความสุข  เอออ ... แกช่วยชั้นขนหนังสือบ้านเล็กมาให้ด้วย ขอบใจมากเพื่อน วันหลังมาร้านซื้อกาแฟมาฝากบ้างดิ ง่วงแล้วๆ

·        ขอบใจน้องสุ .... ขอบใจนะที่คอยซื้อของมาให้ พิซซ่าด้วยอะ และหนังสือท่องเที่ยวที่อยู่ กทม. เอามาให้ยังเร็วๆ ดี่ อยากได้อะ

·        ขอบคุณแม่น้องดรีมค่ะ .... ที่พี่มีน้องดรีมมาให้วิ่งเล่น เดินเล่นในร้าน น้องดรีมน่ารักดีค่ะ ซนตามภาษาเด็ก และเพราะเป็นเด็กจึงเป็นการสร้างบรรยากาศร้านให้ตลกกับความไร้เดียงสาค่ะ ไม่ต้องห้ามน้องให้มาร้านหรอกค่ะ มาแหละดีแล้ว (ตอนนี้น้องเค้าสนุกกับการเอาม่อนมาวางเรียงกันค่ะ

·        สุดท้าย ขอบคุณสมาชิกท่านอื่นๆ ด้วยค่ะ ที่มายืมหนังสือที่ร้าน

·        อ่อ น้องมิลล์ น้าขอโทษ น้ามันแย่ที่แพ้ ป.4 เอ๊ย ... คือน้าจำหลานตัวเองไม่ได้ แย่จริงๆ _ _”

edit @ 17 Aug 2009 02:00:32 by ThisIsABook

เรื่องเล่าชาว This is A BooK

posted on 16 Aug 2009 20:18 by thissabook  in Story

เรื่องเล่า ชาว ดิส อีส อะ บุ๊ค

 

เขียนโดย นานา

 

ณ ตลาดใหม่ของตำบลบ้านกร่าง  (ฝั่งเดียวกับ ธกส. เก่า)  ในห้องเช่าบ้านเลขที่ 214/1  ที่ติดตั้งด้วยกระจกใสบานเลื่อน  ภายในห้องเช่าเต็มไปด้วยหนังสือ (ลามก อะ ไม่ช่าย) ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องนึกเอาเองว่า เจ้าของห้องมันบ้าหนังสือ หรือว่า.....จะเปิดร้านเช่าหนังสือกันนะ (รู้ความคิดชาวบ้านเค้าอีกนะ)

       และแล้ววันหนึ่ง  เด็กหญิง 2 คน ปั่นจักรยานซ้อนท้ายกันมาจอดหน้าห้องแล้วถามข้าพเจ้าว่า

พี่ๆ พี่เปิดให้เช่าหป่าวอะ”   

อาววว คิดว่าพี่ซื้อมาอ่านเล่นเยอะขนาดนี้เลยรึไงหนู”  คิดค่ะ แค่คิด  แล้วข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า

จ้า หนูอยากจะอ่านรึหป่าว เอาไปอ่านก่อนได้เลยนะ เข้ามาเลือกข้างในเลย ” 555++ ดิฉันรักเด็กค่ะ

เด็กๆ แสดงออกถึงความดีใจ พอได้เห็นหนังสือที่มีหลากหลายประเภท ก็บอกว่า

โห หนังสือเยอะแยะเลย เนี่ย แบบนี้พี่สาวหนูชอบอ่าน”  ไม่ได้โม้เพื่อจะโฆษณาร้านหนังสือนะ มีจริงๆ ค่ะ หนังสือนิยายของแจ่มใสก็มีค่ะ ไม่เชื่อมาดูดี่

เมื่อเด็กหญิงทั้งสองเลือกหนังสือได้แล้วก็ถามข้าพเจ้าว่า

พี่คิดเท่าไหร่อะ

โอ แม่เจ้า ไม่ทันตั้งตัว คิดราคากับเด็กๆ เท่าไหร่ดีเนี่ย ร้านก็ยังจัดไม่เสร็จ หนังสือก็เพิ่งลง มีเรื่องไรบ้าง หรือมีกี่เล่มชั้นก็ยังไม่รู้เลยข้าพเจ้าคิดแค่เสี้ยว 5 วินาที แล้วบอกเด็กๆ ไปว่า

เอาไปเล่มละบาทก่อนแล้วกันนะ เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ยังไม่เปิดให้เช่าเลย แต่เห็นว่าอยากอ่าน ก็เอาเท่านี้ไปก่อนแล้วกัน พออ่านจบเมื่อไหร่ หนูอย่าลืมเอามาคืนนะ”  นั่นไง วิญญาณนางสาวไทย รัก และเอ็นดูเด็กเข้าสิง เอาแล้วมั๊ยละ แม่รู้ด่าข้าพเจ้าแน่ๆ เจ๊งแน่ๆ งานนี้ 555+++

และนี่คือที่มาที่ไปของการคิดค่าเช่าหนังสือช่วงที่ข้าพเจ้ายังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรตั้งมากมายยังไม่เสร็จ

พี่คิดเท่าไหร่ครับน้องเอก เด็กพืชถาม

เล่มละบาทพอ

จริงอะ

จีงงงงงง

นี่ก็เป็นเรื่องที่ลูกค้าจะแปลกใจกับราคาเช่าเพียง 1 บาท เท่านั้น แถมบางครั้งถ้าลูกค้ามาแล้วร้านไม่เปิด คือว่าอารมณ์ขี้เกียจมาจัดร้าน หรือข้ออ้างอะไรก็แล้วแต่หละนะ พอข้าพเจ้าเปิดร้านน้องเอกมาก็บอกว่า

เมื่อวานเอกมาร้านไม่เปิดเลยฮะ

พอน้องเอกเลือกหนังสือได้แล้วก็เอามาวางแล้วถามว่า

เท่าไหร่ครับพี่

เอาไปอ่านเลยไป ไม่คิดตังค์

จริงอะ

จีงงงงงงง....”  บุญของน้องเอกจริงๆ มาเจอคนติ๊งต๊องอย่างข้าพเจ้า แม่รู้ด่าอีกแน่ๆ _ _’’ แต่เรื่องไรจะบอก ใครอ่านไปรู้จักแม่พี่ อย่าไปบอกนะ

 

2 เดือนผ่านไป คนแถวๆ ตลาดก็คง งงๆ ว่าเตรียมร้านอะไรกันนักหนา เดี๋ยวย้ายตู้โน้นมาตรงนี้ เดี๋ยวทาสีผนังใหม่อีก พอรุ่งขึ้น เฮ้ยยยย.... ยัยเจ้าของห้องมันโละหนังสือออกจากตู้อีกแล้วอะ

ข้าพเจ้าต้องขอโทษทุกท่านที่ตั้งหน้าตั้งตารออ่านหนังสือทุกคน เนื่องจากการจัด ตกแต่งร้าน และการลงทะเบียนหนังสือยังไม่เป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก อีกอย่างงานประจำช่วงนี้เยอะมากเลยค่ะ เลยทำให้เตรียมร้านไม่เสร็จซักที

คืนวันที่ 11 สิงหาคม 52 เวลา 23.oo น. ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังนั่งออกแบบป้ายหน้าร้าน ข้าพเจ้ามีสมาธิที่ดีมากค่ะ  ใจไปนึกถึงเรื่องการคิดค่าเช่าหนังสือว่าจะเอาไงดี สุดท้ายสรุปได้ว่า ข้าพเจ้าอยากให้บ้านเกิดเมืองนอนของข้าพเจ้ามีแหล่งที่จะอ่านหนังสือดีๆ หรือเป็นแหล่งที่สามารถค้นคว้าหาความรู้ต่างๆเหมือนที่อื่นบ้าง

เนื่องจากแหล่งอ่านหนังสือของบ้านเรามีแต่ห้องสมุดของโรงเรียนที่เราไม่เคยได้เข้าไปอ่าน และร้านหนังสือที่มีไว้สำหรับขายเท่านั้น และร้านเช่าอีกเพียงไม่กี่ร้าน หลายๆ คนที่ชอบอ่านหนังสือ (นิยาย) ก็ต้องไปเช่าในราคาที่แพงของร้านในตัวเมือง

อีกอย่างนึงที่ช่วยข้าพเจ้าตัดสินใจในครั้งนี้ก็คือ ช่วงแรกที่คิดจะเปิดร้านเช่าหนังสือมีหลายๆ คนบอกว่า คนบ้านกร่างไม่ชอบอ่านหนังสือ และกลัวข้าพเจ้าจะมีรายได้ไม่ดีเหมือนทำอย่างอื่น แต่ในใจลึกๆ ของข้าพเจ้าคิดว่า คนบ้านเราไม่ชอบอ่านหนังสือหรือเพราะคนบ้านเรามีแหล่งให้อ่านหนังสือน้อยกันแน่นะ

เอาน่า ไหนๆ ก็ให้เช่าเล่มละบาทไปแล้วอะ เปิดร้านคราวนี้ขอทำอย่างที่เคยฝันเอาไว้ก็แล้วกัน เปิดเป็นห้องสมุด(เอกชน) ไปเลยดีกว่า

คำพิพากษาจากศาล ในใจของข้าพเจ้าได้ตัดสินใจไปแล้วค่ะ เป็นไงเป็นกัน เจ๊งก็เจ๊งซิคะ เมื่อก่อนเสียตังค์ซื้อสิ่งที่ไร้สาระมามาก ยังไม่เสียดายตังค์เลย แต่คราวนี้หลังจากที่ข้าพเจ้าได้สัมผัสกับการได้เปิดให้เช่าหนังสือแค่เพียง 2 เดือน แบบยังไม่เต็มที่กับมัน ข้าพเจ้าก็สนุกกับการได้แบ่งปันหนังสือให้คนอื่นได้อ่านไปซะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรยากาศของตลาดใหม่นี้ก็มีเสน่ห์มากๆ เลยค่ะ เช้าตรู่ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดตั้งแต่ตี 5 กว่าๆ (บ้านใครยังไม่รู้เลย สงสัยจะเป็นบ้านตากะยาย) สายๆ ก็ทยอยกันเปิด ประตูเหล็กแบบเลื่อนขึ้นลงนะคะ เสียงไม่ใช่เบาๆ แล้วตามด้วยเสียงทีวี เสียงพูดคุย และเสียงรถราต่างๆ ข้าพเจ้าชอบฟังเสียงพวกนี้ พอฟังไปก็คิดว่าเป็นเสียงประตูของบ้านไหน บ้านใครเปิดทีวี รายการอะไร ฯลฯ

พอสายๆ ก็มีเสียงเด็กๆ วิ่งเล่นกัน และอีกหนึ่งเสียงที่ทุกคนที่อาศัยในตลาดใหม่จะคุ้นเคยกันมากที่สุด คือ ....... อยากจะเอาเป็นคำถามทายปัญหาเพื่อตอบชิงรางวัลของห้องสมุดเหลือเกินค่ะ แต่ข้าพเจ้าอยากเฉลยแล้วค่ะ ว่าเสียงนั้นคือ เสียงร้องไห้ของน้องดรีมค่ะ เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 3 ขวบมั๊งคะ เป็นลูกสาวของร้านเสริมสวยในตลาดนี้แหละค่ะ ตัวป้อมๆ ตัดผมม้าสั้นเลยติ่งหูมานิดนึง น้องดรีมจะร้องทุกวันๆ ละหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ได้นับหรอกค่ะ เอาเป็นว่าวันละหลายๆ ครั้งนั่นแหละ  บางวันเด็กๆ จะวิ่งมาอ่านการ์ตูนม่อนๆของน้องดรีม (โดเรม่อน) ตอนแรกข้าพเจ้าจะใส่เจ้าม่อนไว้ในกล่องเล็กๆ ให้เด็กๆ ได้อ่านกัน อ่านเสร็จก็ให้เอาเก็บไว้ในกล่อง หลังๆ หนังสือและของเริ่มเยอะขึ้นเลยต้องเอากล่องไปใส่อย่างอื่น จึงจำเป็นต้องย้ายม่อนไปไว้ในชั้นหนังสือโดยให้เป็นชั้นของม่อนโดยเฉพาะ เด็กๆ จะสนุกกับการเรียงม่อนไว้ในชั้นของตัวเอง (นอกจากม่อนแล้วยังมีกบตัวเขียวๆ ด้วยค่ะ เรียกไม่ถูกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะลงไปดูในชั้นดีกว่าว่าเป็นการ์ตูนเรื่องอะไร...update ล่าสุด เมื่อคืนไปดูแล้วว่ากบตัวเขียวคือเรื่อง เคโรโระ นั่นเอง แล้วก็มีเรื่อง โปเกม่อนด้วยค่ะ)

บางวันเด็กๆ จะมายืมหนังสือไปอ่านที่บ้าน อยู่ ป.1 เองค่ะ เลยให้ไปอ่านฟรีๆ พอวันรุ่งขึ้นก็เอามาคืนด้วยตัวเอง ข้าพเจ้ารักความรับผิดชอบของเด็กคนนี้ค่ะ หนังสือไม่ยับด้วยนะคะ ข้าพเจ้าถามว่า

สนุกมั๊ย

สนุกกกก แม่หนูอ่านให้ฟังงงง ตั้ง 2 รอบ

ข้าพเจ้า มองหน้าเด็กไปด้วยระหว่างที่ตอบคำถาม คุณคิดว่าหน้าเด็กจะเป็นไงคะระหว่างที่ตอบประโยคนี้ขึ้นมา แค่ได้ยินแบบนี้และใบหน้าเด็กที่มีความสุขก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขไม่แพ้ เด็กคนนี้แล้วค่ะ คุณคิดว่าจะมีซักกี่ครอบครัวในตำบลของเราที่แม่อ่านม่อนให้ลูกสาวฟังก่อนนอนน่ะค่ะ (ซึ้ง)

บางครั้งการให้บางสิ่งกับคนๆ หนึ่งไปโดยไม่หวังเงินทองก็คุ้มและทำให้เรามีความสุขไม่มากไปกว่าการที่เราถูกหวยเลยนะคะ (เปรียบเทียบไปงั้น เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกหวยเลยค่ะ)

 

การเปิดเป็นห้องสมุดนั้นข้าพเจ้าต้องเสี่ยงกับรายรับที่จะน้อยลงมากกว่าที่จะเปิดเป็นร้านเช่าหนังสือ ข้าพเจ้าต้องอยู่รอด ปลอดภัยค่ะ และสำคัญเพื่อให้พ่อกับแม่และแฟนคลับสบายใจได้ว่าข้าพเจ้าจะมีรายรับเพื่อจ่ายค่าห้องเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการอินเตอร์เน็ต รวมถึงรายจ่ายอื่นๆ อาทิ เช่น หนี้ค้างชำระ.... อะไรเทือกนี้ ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องมีการเก็บค่าบำรุงรายปี และค่าปรับในการคืนหนังสือที่ล่าช้า ซึ่งใช้เกณฑ์ของห้องสมุดเทศบาลมาเทียบ แต่ข้าพเจ้าจะคิดในราคาที่น้อยกว่าเนื่องจากมีหนังสือน้อยกว่าและสถานที่ก็เล็กกว่ามากๆ

       อ่านกันมาจนถึงขนาดนี้แล้ว รู้มั๊ยคะ ว่ายังมีอะไรที่ไม่ได้บอก

                                      ชื่อของห้องสมุดค่ะ

       ณ ห้องเช่าเลขที่ 214/1 มีชื่อว่า This s A BooK  (ดิส อีส อะ บุ๊ค) ค่ะ

       หลานคนหนึ่งอ่านว่าดิส อีส เอ บุ๊ค

       “ ดีมากกกกก....

       ข้าพเจ้าไม่บอกนะคะว่าหลานคนนี้ชื่ออะไร แต่เป็นน้องสาวเกมส์ค่ะ อยู่ หมู่ 5 ไง ที่เป็นคู่แฝดกันน่ะค่ะ จำได้ยังคะ 555+++

       This s A BooK 

                .

              .

              .

 

       ที่มาที่ไปของชื่อ ไม่ต้องถามนะคะ ขี้เกียจอธิบาย

       เอาเป็นว่า ชอบชื่อนี้ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อห้องสมุดไงคะ

edit @ 17 Aug 2009 00:58:45 by ThisIsABook

ThisIsABook View my profile

Favourites